เทคนิคออมเงินฉุกเฉิน ออมก่อนรวยก่อน

เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ไม่ว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเตรียมตัวรับความเสี่ยงในเรื่องของการเกิดเหตุฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการเตรียมเงินหรือออมเงินเผื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำทริกดีๆ ในการช่วยให้คุณสามารถเก็บเงินไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินได้ไม่ยากกันค่ะ – ก่อนอื่นต้องคิดก่อนว่า คุณจะต้องออมเงินเท่าไหร่ เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น โดยมากนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แนะนำให้ทำการออมอย่างน้อยประมาณ 6-12 เดือน จากรายได้ทั้งหมดในแต่ละปี เช่น สมมติเงินเดือนคุณคือ 20,000 บาท 1 ปีจะมีรายได้ 240,000 บาท ดังนั้นให้ออมเงินไว้ประมาณ 120,000 – 240,000 บาทสำหรับการใช้ในช่วงที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ตกงาน ต้องเข้าโรงพยาบาล หรือในช่วงที่ไม่มีรายได้ค่ะ – อันดับต่อมา คุณต้องทำการแยกเงินออมฉุกเฉินไว้จากเงินก้อนอื่นๆ ที่ใช้ประจำวันอยู่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนกล่าวว่า เงินออมฉุกเฉินควรเป็นสิ่งที่สามารถหยิบเอามาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดความจำเป็น ดังนั้นการแยกเงินก้อนนี้ออกจากเงินก้อนอื่นๆ ของคุณจะทำให้มันพร้อมอยู่เสมอสำหรับการใช้งานนั่นเอง ข้อแนะนำเล็กๆ สำหรับการออมเงินในกรณีนี้คือ เปิดบัญชีออมแยกต่างหาก โดยห้ามทำบัตร ATM เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คุณสามารถถอนมันออกมาใช้โดยไม่จำเป็นได้ง่ายๆ นั่นเอง – ให้คิดอยู่เสมอว่าเงินออมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้น ยิ่งมากก็ยิ่งดี ดังนั้นคุณจึงควรออมมันทุกเดือนไปเรื่อยๆ โดยห้ามหยุดการออมอย่างเด็ดขาด เดือนไหนมีรายได้มากก็เพิ่มสัดส่วนการออมให้มากไว้ แต่เดือนไหนมีรายได้น้อยก็ลดสัดส่วนลงมา…

ความผิดพลาดทางการเงิน ที่ไม่ควรทำในช่วงอายุ 20-30 ปี

คนในช่วงอายุ 20-30 ปีนั้นเป็นช่วงที่เริ่มต้นชีวิตการทำงานใหม่ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะทำเรื่องที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดด้านการเงินอยู่เสมอ ซึ่งแม้ว่าดูเผินๆ อาจะไม่ส่งผลถึงสถานะทางการเงินของคุณสักเท่าไหร่ แต่มันก็ถือได้ว่าเป็นผลเสียระยะยาวเช่นกัน ต่อไปนี้เป็นข้อผิดพลาดทางการเงิน ที่คนในช่วงอายุ 20-30 ปี มักจะทำกัน – จับจ่ายโดยไม่คิด แน่นอนว่าผู้ที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ เพิ่งเริ่มมีรายได้แรกๆ มักจะนำเอาเงินไปใช้ตามที่ต้องการ โดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังมากนัก เพราะคิดว่าหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งความคิดแบบนี้แม้จะไม่ใช่เรื่องผิดเท่าไหร่นัก แต่ก็อาจะส่งผลเสียในระยะยาวได้ คือมักจะทำให้เกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลังให้กับคุณได้นั่นเอง ซึ่งหมายความว่าไม่ต้องพูดถึงการออมเงินที่ควรจะเริ่มเสียแต่เนิ่นๆ เลยด้วย – ไม่ได้เตรียมเงินสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินเอาไว้เลย มีผลสำรวจพบว่า ผู้เริ่มทำงานใหม่ประมาณ 25% มักจะไม่ได้เผื่อเงินออมสำหรับใช้จ่ายฉุกเฉินเอาไว้เลย ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เช่นได้รับอุบัติเหตุ ต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน ต้องซ่อมรถ ต้องใช้เงินด่วน ฯลฯ ก็มักจะหาทางออกไม่ได้ ต้องไปกู้หรือกดเงินสดออกมาจากบัตรเครดิต เป็นภาระทางการเงินเปล่าๆ ดังนั้น ในทุกๆ เดือนอย่าลืมแบ่งเงินเตรียมไว้สำหรับเรื่องฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นด้วย อย่าลืมว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่ไม่นอนด้วยครับ – ไม่ได้วางแผนด้านการลงทุน หรือไม่คิดที่จะลงทุน แน่นอนว่าคนในช่วง 20-30 ปีนั้น เป็นช่วงที่ยังสนุกกับชีวิต ดังนั้นหลายๆ คนจึงยังไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องของการลงทุน เพิ่มความมั่งคั่งให้กับตัวเอง อันนี้จัดได้ว่าเป็นความผิดพลาดทางการเงินอย่างมากครับ เพราะการเริ่มลงทุนเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบ…

วิธีแก้นิสัยใช้จ่ายเกินตัว เงินเหลือบาน

สาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนวัยทำงานนั้นไม่สามารถที่จะเก็บเงินได้ตามที่ตั้งใจ นั่นก็เป็นเพราะว่าการไม่สามารถปรับลดพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยได้ ดังนั้นจึงส่งผลให้เกิดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นขึ้นมามากมาย ลงท้ายด้วยการเก็บเงินไม่อยู่นั่นเอง ซึ่งวิธีการจัดการกับนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้อยู่หมัด มีดังต่อไปนี้ครับ – เปลี่ยนมาใช้เงินสด แทนบัตรเครดิต สำหรับบัตรเครดิตนั้นถือได้ว่าเป็น “ตัวดี” เลยที่ทำให้หลายๆ คนเกิดนิสัยฟุ่มเฟือย เพราะมันทั้งใช้จ่ายสะดวกสบาย ไม่ต้องออกเงินก่อน และได้รับสิทธิพิเศษมากมาย จึงทำให้คนที่ใช้บัตรเครดิตเกิดอาการ ”ชะล่าใจ” เมื่อเกิดขึ้นบ่อยเข้าก็ติดนิสัยเสียนี้มานั่นเอง ดังนั้นการเปลี่ยนจากการใช้บัตรเครดิต มาใช้เงินสดแทน จะทำให้คุณสามารถ “คิดก่อนใช้” ได้ดีมากขึ้นนั่นเอง – ตั้งเป้าหมายการออมเงินที่เด่นชัด และสามารถเป็นไปได้ ทั้งนี้เพราะว่าการตั้งเป้าหมายด้านการออมเงินที่ชัดเจนนั้น จะช่วยทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการเก็บออมเงิน ทำให้เกิดการยับยั้งชั่งใจในการใช้เงินอย่างฟุ่เมฟือย เพื่อให้ไปถึงจุดหมายดังกล่าวนั้น เช่น ตั้งเป้าออมเงินสำหรับการเที่ยวต่างประเทศในช่วงปลายปี ทำให้ช่วงระหว่างปีนั้นคุณไม่ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น เป็นต้น – ให้ความสำคัญกับรายจ่ายที่จำเป็น หรือรายจ่ายในครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก รายจ่ายที่สำคัญและจำเป็นก็เช่นพวก ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ค่าผ่อนบ้าน หรือผ่อนรถ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น เป็นต้น คือพูดง่ายๆ ให้คุณหันมาให้ความสำคัญกับรายจ่ายพวกนี้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลทำให้เวลาจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนั้น คุณจะต้องคิดถึงรายจ่ายเหล่านี้นั่นเอง – ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เพื่อหาดูว่ามีรายจ่ายตรงไหนบ้าง ที่เป็นรายจ่ายฟุ่มเฟือย…

เทคนิคการเก็บเงินเที่ยว ที่คอนเฟิร์มว่าได้ผลจริงๆ

หนึ่งในเหตุผลหรือแรงบันดาลใจ ในการเก็บออมเงินนั้นก็คือ “การไปเที่ยว” นี่เองครับ โดยการไปเที่ยวนั้นแน่นอนว่าเพื่อความสุข และความประทับใจของทริปนั้นๆ ก็จำเป็นจะต้องมีเงินทุนสำหรับการท่องเที่ยวอยู่บ้าง โดยมากการท่องเที่ยวประเภทที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากนั้นก็อย่างเช่นการไปเที่ยวต่างประเทศนั่นเอง ดังนั้นบทความนี้จึงจะมาแนะนำ ทริคดีๆ ในการเก็บเงินสำหรับทริปท่องเที่ยวในฝันกันครับ – วางแผนการท่องเที่ยว ในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งนั้นหลายๆ คนจะต้องมีจุดหมายปลายทาง หรือสถานที่ท่องเที่ยวในใจไว้อยู่แล้ว ดังนั้นอันดับแรกเลยคือคุณจะต้องวางแผนการท่องเที่ยวให้ออกมารัดกุม และสามารถสร้างความประทับใจได้มากที่สุด เช่น เดินทางอย่างไร ไปท่องเที่ยวกี่วัน พักที่ไหน ฯลฯ เหล่านี้นอกจากจะเป็นการวางแพลนในทริปนั้นๆ อย่างคร่าวๆ แล้ว ยังสามารถช่วยให้คำนวณรายจ่ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างทริปได้อีกด้วย – เริ่มต้นเก็บเงิน ตั้งแต่จุดแรกที่มีความคิดว่าอยากไปเที่ยวทริปในฝัน เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการเก็บเงินสำหรับการท่องเที่ยวนั้น ยิ่งคุณเริ่มเก็บได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเงินมากเท่านั้น โดยอันดับแรกเลย จะต้องมาคิด มาคำนวณตลอดจนทำรายรับรายจ่ายดูก่อนว่า ในเดือนหนึ่งๆ นั้น คุณมีรายได้จากทางไหนบ้าง มีรายจ่ายอะไรบ้าง เมื่อหักรายจ่ายออกจากส่วนของรายได้แล้วเหลือเท่าไหร่ จากนั้นก็หักส่วนที่เหลือนั้นไว้ส่วนหนึ่ง สำหรับโครงการท่องเที่ยวของคุณครับ – ลดภาระรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อเซฟส่วนนั้นเอาไว้เพิ่มในกองทุนสำหรับการท่องเที่ยวของคุณ โดยเมื่อทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้ว จะสามารถมองเห็นรายจ่ายที่ไม่สำคัญและไม่จำเป็นได้ ซึ่งรายจ่ายส่วนนี้เองที่คุณจะต้องตัดมันออกไป เพื่อเอาเงินส่วนนี้ มาสมทบในเงินก้อนที่เป็นออมไว้สำหรับการท่องเที่ยวนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น อาจจะเลิกช็อปปิ้งเสื้อผ้า หรือกระเป๋าแบรนด์เนมไปสักพักหนึ่ง…