การโกนขนจิมิ

เคล็ดลับ การโกนขนจิมิ จากดาราหนัง AV ชั้นนำ

การโกนขนจิมิ บางทีมันเป็นสิ่งที่ง่ายๆ แต่สำหรับบางคนการโกนขนในจุดซ่อนเร้นมันยากมากๆ แต่ก็มีข้อแนะนำจากแพทย์ว่า ควรจะโกนขนบริเวณอวัยวะเพศ ภาษาอังกฤษเรียกว่า (pubic hair) ที่แปลว่า  ขนเพชร,ขนลับ,ผมล่าง,ขนจิมิ ,ขนจุดซ่อนเร้น เพราะบางทีมันเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย  แต่จะโกนยังไงให้เนียนนุ่ม วันนี้มีคำตอบ การโกนขนจิมิเป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ทำอย่างสม่ำเสมอพวกเขา  บางทีมันเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่น่ารำคาญในชีวิตประจำวันของผู้หญิงทั้งหลาย  แต่วันนี้จะมีเคล็ดลับการโกนขนจากดาราหนัง AV ชั้นนำ  อย่าง ดิลเลียน ฮาร์เปอร์ บอกว่าเธอต้องโกนทิ้งทุกวันและบอกว่ามันเป็น “ศิลปะของคุณเอง” ซึ่งมี 4 ขั้นตอนง่ายๆ แต่ได้ผลมาบอกกัน  เคล็ดลับ การโกนขนจิมิ 1.ใช้แชมพูเพื่อปรับสภาพเส้นขน การอาบน้ำ เธอเริ่มด้วยการสระผมและปรับสภาพขนในจุดซ่อนเร้นของเธอ เพื่อให้เส้นขนปรับสภาพพร้อมที่จะโกนออกมา 2.ใช้ครีมโกนหนวดและมีดโกนอย่างดีที่สุด เธอใช้ ครีมโกนหนวดใส่หลังจากล้างแชมพูออกแล้ว  และมีดโกนยิลเลตต์ที่แพงที่สุด เพราะใบมีที่แพง จะคมมากและจะถนอมผิวด้วย ยิ่งโกนใกล้กับจิมิแล้ว ยิ่งจะต้องระวังให้มาก และโกนให้หมดจริงๆ 3.เป่าแห้ง โดยไดร์เป่าผม  เมื่อเธอออกจากห้องอาบน้ำ เธอใช้ไดร์เป่าผมของเธอ  เป่าจิมิเพื่อทำให้แห้งให้เร็วที่สุด 4.ว่านหางจระเข้ ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำเอาว่านหางจระเข้ ผ่าบางๆ มาวางไว้ที่จิมิหรือใช้เช็ดตัวร้อน ๆ วางแทนก็ได้ เพื่อให้ความชุ่มชื่นกลับมาที่ผิวกายอย่างรวดเร็ว…

สะระแหน่

รู้ไหม? สะระแหน่ มีสรรพคุณทางยาหลายอย่าง

 สะระแหน่ ชื่อสามัญ Kitchen Mint, Marsh Mint  สะระแหน่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Mentha × villosa Huds. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Mentha × cordifolia Opiz ex Fresen.) จัดอยู่ในตระกูลกะเพรา (LAMIACEAE หรือ LABIATAE)สะระแหน่มีแหล่งกำเนิดในแถบทวีปยุโรปตอนใต้และในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ลักษณะใบจะคล้ายคลึงกับพืชในตระกูลมิ้นต์มาก มีกลิ่นหอมคล้ายมะนาว รสชาติจะคล้าย ๆ กับตะไคร้หอมและมะนาว สมุนไพรสะระแหน่ มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นในไทยแตกต่างกันไป  เช่น ทางภาคเหนือ  หอมด่วน หอมเดือน ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียก ขะแยะ, ภาคกลางเรียก สะระแหน่สวน , ทางภาคใต้มักเงาะ สะแน่ เป็นต้น  สะระแหน่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ หลายชนิด  เช่น  เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น และยังให้พลังงาน 47…