การเงินการลงทุน

เคล็ดลับ วิธีเก็บเงินแบบมนุษย์เงินเดือน ใช้ได้ผลจริง!

เรื่องเงินๆ ทองๆ อาจเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับหลายๆ ท่าน บางครั้งถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับกันเลยทีเดียว  วิธีเก็บเงินแบบมนุษย์เงินเดือน แต่หากมีเงินเก็บไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้ ก็จะดีไม่น้อยเลย สำหรับความเป็นมนุษย์เงินเดือน  หลายๆคนมักจะมองว่า แค่เราใช้เดือนชนเดือนก็จะหมดแล้วจะทำยังไงถึงจะสามารถ เก็บเงินให้ได้ เป็นหลักล้าน หรือหลายๆ ล้านได้  ในบทความนี้จะได้เสนอแบบฉบับ วิธีเก็บเงินแบบมนุษย์เงินเดือน  ใช้ได้ผลจริง  ต้องใช้สูตร 1612 ทำยังไงอะไรบ้าง ลองอ่านดูกัน   ความผิดพลาดทางการเงิน ที่ไม่ควรทำในช่วงอายุ 20-30 ปี วิธีเก็บเงินแบบมนุษย์เงินเดือน  ใช้ได้ผลจริง ตัวเลขแรกคือ 1  แทนด้วยการออม 10% ของรายได้ต่อเดือน กล่าวคือหากมีรายได้จากเงินเดือน ควรเก็บ 10% ของรายได้เอาไว้ก่อน  โดยปกติคนเรามักจะใช้เงินเดือนไปก่อนทั้งหมด ซึ่งเป็นการบริหารเงินที่ไม่ดี แต่หากมีรายได้มาแล้ว เราเก็บไว้ก่อน 10% ทันที ก่อนที่จะนำส่วนที่เหลือไปใช้จ่าย  ยกตัวอย่างพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เข้ามาทำงานใหม่ มีเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท  เงินเดือนเข้าบัญชีเมื่อไหร่ให้เก็บไว้ก่อน  1,500 บาททันที อาจจะแยกมาฝากออมไว้อีกบัญชีหนึ่ง โดยที่ไม่ได้ทำบัตร…

7 ความผิดพลาดที่ Startup หน้าใหม่มักทำพลาด

หากคุณกำลังตั้งใจจะเป็น Startup เป็นธุรกิจกระแสแรงสำหรับคนรุ่นใหม่ละก็ คุณต้องเรียนรู้ความผิดพลาดที่มีคนล้มเหลวจำนวนนับไม่ถ้วนในแต่ละปี ประมาณคร่าวๆอยู่ที่ 75-90% ของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องพบเจอ สาระเร็วรวบรวม  7  ความผิดพลาดที่ Startup หน้าใหม่มักทำพลาดไว้ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ผิดพลาดและเรียนรู้ได้จากความผิดพลาดของผู้ประกอบการหน้าใหม่     1. ขาดการฝึกฝนและเตรียมตัว แน่นอน ไม่มีใครทำอะไรออกมาได้ดีโดยไม่ผ่านการฝึกฝนหรือเตรียมตัวมาก่อนหรอก คุณคงไปวิ่งมาราธอนโดยไม่ผ่านการซ้อมวิ่งระยะสั้นๆ ไปก่อนไม่ได้ ยิ่งต้องทำการใหญ่ ยิ่งต้องวางแผนให้ดีและรอบคอบครบทุกด้าน การทำธุรกิจก็เช่นกัน คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกๆด้านของชีวิต ตั้งแต่วางแผนพักผ่อน ควบคุมอาหาร และหาแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง คุณต้องมั่นใจว่าทุกอย่างจะสนับสนุนและเติมเต็มให้ธุรกิจคุณเดินไปด้วยดี ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และวิถีชีวิต รวมถึงกำลังใจจากคนในครอบครัว สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนไม่จำเป็น แต่มันคือฐานรากของการเริ่มงานธุรกิจให้เข้มแข็ง หากคุณบกพร่องจุดนี้ มันจะกลายเป็นจุดอ่อนในชีวิต และจะเผยออกมาอย่างชัดเจนเวลาคุณทำธุรกิจไป ซึ่งทำให้การทำงานของคุณไร้ประสิทธิภาพและล้มเหลวไปในที่สุด     2.ขาดเป้าหมายที่แน่นอน ถ้าไม่มีการกำหนดเวลาเสร็จ จะไม่เรียกว่า เป้าหมาย มันเป็นเพียงความคิดริเริ่มเท่านั้น การไม่ตั้งเป้าหมายในธุรกิจหวังแค่ว่าจะทำมันไปเรื่อยๆ เมื่อคุณไม่มีเป้าหมายคุณก็จะไม่รู้ว่าคุณจะทำอะไรต่อไปในอนาคต ทำให้ท้ายที่สุดแล้วคุณจะจบลงที่การไม่สามารถทำอะไรได้สำเร็จเลย เพราะฉะนั้นเมื่อเป็น Startup หน้าใหม่ควรจะตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนเสมอ เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนก็จะสามารถลงมือวางแผนเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นได้ง่ายที่สุดและจะช่วยแก้ปัญหา “ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี” หากคุณมีไอเดียอันยิ่งใหญ่แล้วก็ลองตั้งเป้าหมายไปทีละขั้นทีละขั้นดูสิ…

MasterCard ประกาศ ยกเลิกเซ็นสลิปบัตรเดรดิต เริ่มปีหน้า

ที่ผ่านมาสำหรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตยังคงต้องยืนยันด้วยการเซ็นสลิปเพื่อยืนยันตัวตน แต่ทว่าการยืนยันตัวตนด้วยวิธีดังกล่าวยังมีช่องโหว่อยู่มาก เนื่องจากร้านค้าทั่วไปมักไม่ใส่กับลายเซ็นอยู่แล้วและเพิกเฉยที่จะตรวจสอบ ทั้งยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่ในการเซ็นลายเซ็นด้วยลายมือที่ไม่เหมือนกันในแต่ละครั้ง ทำให้ขาดความแม่นยำ ล่าสุดทาง MasterCard ได้ออกมาประกาศแล้วว่าจะทำการยกเลิกการเซ็นสลิปบัตรเครดิต-เดบิตตั้งแต่ช่วงปีหน้า โดยจะเริ่มต้นอย่างเต็มระบบช่วงเดือนเมษายน 2018 ภายในประทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทั้งนี้ทาง Linda Kirkpatrick รองประธานบริหารการตลาดของ MasterCard เปิดเผยว่าลายเซ็นแบบเก่านั้นมีช่องโหว่จากความไม่แม่นยำในการเซ็นแต่ละครั้ง อีกทั้งยังขาดตกบกพร่องในเรื่องของการตรวจสอบเปรียบเทียบลายเซ็นของร้านค้า จึงตัดสินใจยกเลิกระบบดังกล่าว เพื่อความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงความปลอดภัยในการซื้อสินค้า เมื่อทาง Kirkpatrick ระบุว่าระบบการรักษาความปลอดภัยนั้นอยู่ในขั้นดีเยี่ยม โดยจะรองรับการชำระเงินแบบดิจิทัลใหม่ๆ ที่ได้มาตรฐาน ทั้งรูปแบบชิปหรือการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนม่านตา

ข้อผิดพลาดง่ายๆ ที่คนทำธุรกิจใหม่ ควรโยนทิ้งไปซะ

การเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ๆ นั้น มักจะต้องมีสิ่งที่ต้องทำมากมายหลายอย่าง เพื่อเซ็ทระบบธุรกิจให้สามารถดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางสิ่งบางอย่างเช่นกัน ที่ผู้ทำธุรกิจมือใหม่นั้นควรเลิกทำ เพราะมันถือว่าเป็นข้อผิดพลาด ที่อาจจะทำให้ธุรกิจประสบกับความล้มเหลวได้ ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านั้น มีดังต่อไปนี้ – อย่ามีอีโก้เยอะ สำหรับคนทำธุรกิจใหม่นั้น อีโก้เป็นสิ่งที่คุณควรวางทิ้งไปตั้งแต่เริ่มต้นเลย เพราะอีโก้นั้นเป็นตัวการที่ทำให้คุณเกิดความหยิ่งแบบโง่ๆ คิดว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และไม่ยอมฟังเสียงของผู้อื่น ทั้งนี้ผู้นำ หรือผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ มักจะมีคุณสมบัติข้อหนึ่งที่เหมือนๆ กันคือเป็นผู้ที่มักจะเปิดใจ และยอมรับฟังความคิดเห็นของทั้งลูกค้าและคนในองค์กร เพื่อให้เกิดรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานมากที่สุด – อย่าปฏิบัติกับทุกคนเหมือนกันไปหมด ในศาสตร์การบริหารคนนั้นมีหลักการอยู่ว่า ทุกคนมีความเป็นปัจเจกชน ที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้นำจะต้องทำการเรียนรู้ และเข้าใจพวกเขาในฐานะที่พวกเขาเป็นปัจเจกชน ไม่ใช่คิดแค่ว่าเขาเป็นคนงานเหมือนๆ กันไปหมด ซึ่งการทำแบบนี้ จะทำให้คุณสามารถปรับแต่งรูปแบบการทำงาน และการจูงใจ เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่สูงสุดได้ – อย่าจ้างงานเร็วเกินไป บริษัทใหญ่ๆ นั้นโชคดีกว่าที่มีตัวเลือกเยอะ และมีฝ่ายบุคคลที่คอยสกรีนคนที่เหมาะสมที่สุดให้ แต่หากคุณเป็นองค์กรเล็กๆ ที่ไม่โชคดีแบบนั้น อย่ารีบรับคนงานที่เข้ามาสมัครเกินไป จงคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ถึงความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ทำงานและลักษณะนิสัยของผู้สมัครเสียก่อน โดยพิจารณาจากสิ่ง หรือทีมงานที่คุณต้องการ จากนั้นค่อยตัดสินใจจ้างก็ยังไม่สาย ไม่ควรรีบจ้างเร็วเกินไป เพราะอาจจะได้คนที่ไม่ตรงกับที่ต้องการ หรือที่ร้ายเลยก็คืออาจก่อให้เกิดปัญหาในการทำงานได้ครับ…

เทคนิคการออมเงินง่ายๆ สำหรับคนเริ่มทำงานใหม่

คนเริ่มทำงานใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ และก้าวเข้าสู่โลกการทำงานนั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะต้องพบเจอกับรูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป จนทำให้การออมเงินหรือการเก็บเงินนั้นยากมากกว่าปกติ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของความจูงใจในการเก็บออมที่น้อยอีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับคนทำงานใหม่ๆ นั้นคุณสามารถเริ่มออมเงินอย่างมีประสิทธิภาพได้ โดยใช้ทริคดังต่อไปนี้ – วางเป้าหมายในการออมเงิน เป้าหมายเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดแรงบันดาลใจในการออมเงิน ซึ่งสำหรับคนที่อยากจะเริ่มออมเงิน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานใหม่ หรือทำงานมานานแล้วก็ตาม จะต้องหาแรงบันดาลใจในการออม ที่เป็นเป้าหมายเด่นชัด และสามารถเป็นไปได้ เช่น การออมเงินไปเที่ยวต่างประเทศ การออมเงินเพื่อการลงทุน ตลอดจนการออมเงินเพื่อซื้อบ้าน หรือรถยนต์ เป็นต้น – ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการออมเงิน สำหรับรูปแบบการออมเงินเดิมๆ นั้นอาจจะทำให้เกิดความน่าเบื่อได้ ดังนั้นหากคุณลองนำเอาเทคโนโลยี อย่างพวกสมาร์ทโฟนมาใช้ช่วยในการออมเงิน (ผ่านแอพพลิเคชั่นออมเงินต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย) จะช่วนทำให้เกิดความสนุกในการออม และช่วยให้ออมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย – ทดลองการออมเงินแบบง่ายๆ ไปก่อน การออมเงินนั้นควรเป็นเรื่องที่มือใหม่จะต้องเริ่มจากง่ายไปหายาก สำหรับผู้เริ่มต้นออมเงิน ควรเริ่มจากการเปิดบัญชีเงินฝาก การเก็บเงินในกระปุกออมสิน ซึ่งหากคุณออมจนเป็นนิสัยแล้ว อาจจะเริ่มเพิ่มความยากด้วยการนำเงินออมนั้นๆ ไปลงทุนในหุ้น ทองคำ หรือตราสารหนี้ต่างๆ – อย่าลืมเรื่องของการคำนวณภาษีต่างๆ เอาไว้ด้วย คนทำงานใหม่ๆ ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ จำเป็นจะต้องมีการเสียภาษี แต่หากคุณมีการวางแผนด้านการเงินและการออมดีๆ สามารถที่จะลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน…

เทคนิคออมเงินฉุกเฉิน ออมก่อนรวยก่อน

เพราะชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ไม่ว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเตรียมตัวรับความเสี่ยงในเรื่องของการเกิดเหตุฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการเตรียมเงินหรือออมเงินเผื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว สำหรับบทความนี้จะมาแนะนำทริกดีๆ ในการช่วยให้คุณสามารถเก็บเงินไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินได้ไม่ยากกันค่ะ – ก่อนอื่นต้องคิดก่อนว่า คุณจะต้องออมเงินเท่าไหร่ เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น โดยมากนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แนะนำให้ทำการออมอย่างน้อยประมาณ 6-12 เดือน จากรายได้ทั้งหมดในแต่ละปี เช่น สมมติเงินเดือนคุณคือ 20,000 บาท 1 ปีจะมีรายได้ 240,000 บาท ดังนั้นให้ออมเงินไว้ประมาณ 120,000 – 240,000 บาทสำหรับการใช้ในช่วงที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ตกงาน ต้องเข้าโรงพยาบาล หรือในช่วงที่ไม่มีรายได้ค่ะ – อันดับต่อมา คุณต้องทำการแยกเงินออมฉุกเฉินไว้จากเงินก้อนอื่นๆ ที่ใช้ประจำวันอยู่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คนกล่าวว่า เงินออมฉุกเฉินควรเป็นสิ่งที่สามารถหยิบเอามาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดความจำเป็น ดังนั้นการแยกเงินก้อนนี้ออกจากเงินก้อนอื่นๆ ของคุณจะทำให้มันพร้อมอยู่เสมอสำหรับการใช้งานนั่นเอง ข้อแนะนำเล็กๆ สำหรับการออมเงินในกรณีนี้คือ เปิดบัญชีออมแยกต่างหาก โดยห้ามทำบัตร ATM เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คุณสามารถถอนมันออกมาใช้โดยไม่จำเป็นได้ง่ายๆ นั่นเอง – ให้คิดอยู่เสมอว่าเงินออมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้น ยิ่งมากก็ยิ่งดี ดังนั้นคุณจึงควรออมมันทุกเดือนไปเรื่อยๆ โดยห้ามหยุดการออมอย่างเด็ดขาด เดือนไหนมีรายได้มากก็เพิ่มสัดส่วนการออมให้มากไว้ แต่เดือนไหนมีรายได้น้อยก็ลดสัดส่วนลงมา…